“ธงไชยเฉลิมพล” หรือที่เขียนอย่างเป็นทางการว่า “ธงชัยเฉลิมพล” เป็น ธงประจำหน่วยทหารของกองทัพไทย ที่ได้รับพระราชทานจากพระมหากษัตริย์ เพื่อใช้เป็น เครื่องหมายแห่งเกียรติยศ ความกล้าหาญ และความเป็นหนึ่งเดียวของหน่วยทหาร
ธงนี้ถือเป็น สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของหน่วยทหาร และมีความหมายลึกซึ้งสำหรับกำลังพลทั้งในยามสงบและยามศึก โดยทหารต้อง พิทักษ์ธงชัยเฉลิมพลไว้ด้วยชีวิต เพราะการสูญเสียธงถือเป็นสัญลักษณ์ว่า หัวหน้าหน่วยหรือกองทัพสูญเสียชัยชนะ
ธงชัยเฉลิมพลถูกจัดสร้างและ พระราชทานโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้แก่หน่วยทหารต่างๆ ของทั้งสามเหล่าทัพ:
ทหารบก
ทหารเรือ
ทหารอากาศ
เพื่อแสดงถึงความเป็นเอกภาพและความซื่อสัตย์ต่อชาติ
ก่อนพิธีพระราชทานธง ธงชัยเฉลิมพลจะถูกเจิมและทำพิธีตามแบบราชประเพณี เพื่อเป็นศิริมงคลแก่หน่วย
ธงชัยเฉลิมพลมีองค์ประกอบที่สื่อความหมายดังนี้:
ผืนธง แสดงถึง “ชาติ”
ส่วนบนยอดธง มักบรรจุพระพุทธรูปแทนพุทธศาสนา
เส้นพระเจ้าของพระมหากษัตริย์ แสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณและการปกป้องของพระองค์
ทั้งหมดแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
ธงชัยเฉลิมพลได้ถูกนำมาใช้ในพิธีทางทหารที่สำคัญ เช่น
พิธีปฏิญาณตนของทหาร
พิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณต่อธง
พิธีเฉลิมฉลองวันหน่วยทหาร
พิธีเฉลิมพระเกียรติ
ซึ่งช่วยสร้างขวัญและกำลังใจแก่กำลังพลทุกยุคทุกสมัย
บทความจาก https://www.loyangkarnsattahip.com/
วันกองทัพไทย ตรงกับวันที่ 18 มกราคมของทุกปี เป็นวันที่ปวงชนชาวไทยร่วมกันรำลึกถึงความกล้าหาญ ความเสียสละ และความสามัคคีของบรรพชนไทยที่ได้ปกป้องเอกราชของชาติไว้ด้วยเลือดเนื้อและชีวิต วันสำคัญวันนี้มิได้เป็นเพียงวันของทหารเท่านั้น หากแต่เป็นวันแห่งความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ ที่ได้มีประวัติศาสตร์การป้องกันประเทศอันยิ่งใหญ่และน่ายกย่อง
วันกองทัพไทยมีที่มาจากเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์อันสำคัญ คือ ยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2135 ซึ่งเป็นวันที่พระองค์ทรงมีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชาแห่งกรุงหงสาวดี การศึกครั้งนั้นไม่เพียงเป็นชัยชนะทางการทหาร แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการกอบกู้เอกราช ความกล้าหาญ และความเป็นผู้นำที่เด็ดเดี่ยวของกษัตริย์ไทย
เดิมวันกองทัพไทยเคยกำหนดให้ตรงกับวันที่ 25 มกราคม ต่อมาได้มีการตรวจสอบหลักฐานทางประวัติศาสตร์อย่างละเอียด จึงปรับเปลี่ยนให้ตรงกับวันที่ 18 มกราคม ซึ่งถือเป็นวันที่ถูกต้องตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา วันที่ 18 มกราคม จึงถูกยกให้เป็นวันกองทัพไทยอย่างเป็นทางการ
กองทัพไทยประกอบด้วย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ มีภารกิจสำคัญในการปกป้องอธิปไตย รักษาความมั่นคงของประเทศ และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดจนช่วยเหลือประชาชนในยามเกิดภัยพิบัติ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม ไฟไหม้ ภัยแล้ง หรือสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ ทหารไทยจึงมิได้ทำหน้าที่เฉพาะในสนามรบเท่านั้น แต่ยังเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศและช่วยเหลือสังคม
ในวันกองทัพไทย มักมีการจัดพิธีสำคัญ เช่น พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนของทหาร การสวนสนาม การวางพวงมาลา และพิธีรำลึกถึงวีรชนผู้เสียสละ กิจกรรมเหล่านี้จัดขึ้นเพื่อปลูกฝังความรักชาติ ความสามัคคี และความภาคภูมิใจในหน้าที่ของทหาร รวมถึงเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความขอบคุณและให้กำลังใจแก่กำลังพลของชาติ
ความเสียสละของทหารไทยมิได้จำกัดอยู่เพียงในอดีต แต่ยังดำรงอยู่ในปัจจุบัน ทหารจำนวนมากต้องจากครอบครัวไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ห่างไกล เสี่ยงภัย และเผชิญกับความยากลำบาก เพื่อแลกกับความสงบสุขของประชาชน ความเสียสละเช่นนี้เป็นคุณค่าที่ควรได้รับการยกย่องและจดจำตลอดไป
วันกองทัพไทยยังเป็นโอกาสอันดีในการปลูกฝังเยาวชนให้ตระหนักถึงคุณค่าของเอกราชและความสามัคคีของชาติ การเรียนรู้ประวัติศาสตร์การต่อสู้ของบรรพชน ช่วยให้คนรุ่นใหม่เข้าใจว่าความสงบสุขในปัจจุบันมิได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจและการเสียสละของผู้คนจำนวนมากในอดีต
นอกจากนี้ วันกองทัพไทยยังสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างกองทัพกับประชาชน ทหารมิได้เป็นเพียงผู้ถืออาวุธ แต่เป็น “ผู้พิทักษ์แผ่นดิน” ที่ยืนเคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะยามสงครามหรือยามสันติ
ในโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บทบาทของกองทัพไทยก็ได้ปรับตัวให้สอดคล้องกับยุคสมัย ทั้งด้านเทคโนโลยี การรักษาความมั่นคงทางไซเบอร์ และการร่วมมือกับนานาชาติ เพื่อรักษาสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญของกองทัพยังคงเดิม คือ ความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
วันกองทัพไทยจึงไม่ใช่เพียงวันรำลึกถึงอดีต แต่เป็นวันที่เตือนใจคนไทยทุกคนให้ตระหนักถึงคุณค่าของความเสียสละ ความสามัคคี และความรับผิดชอบต่อชาติบ้านเมือง หากทุกคนร่วมมือกันทำหน้าที่ของตนอย่างดีที่สุด ประเทศชาติก็จะมั่นคงและก้าวหน้าอย่างยั่งยืน
ท้ายที่สุด วันกองทัพไทยคือวันแห่งเกียรติยศของทหารไทย และเป็นวันแห่งความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ ที่ได้มีผู้กล้ายืนหยัดปกป้องผืนแผ่นดินไทยให้คงอยู่ตราบจนทุกวันนี้
บทความจาก https://www.loyangkarnsattahip.com/
วันกองทัพเรือ ตรงกับวันที่ 20 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันสำคัญยิ่งของชาติไทยและของกำลังพลกองทัพเรือทุกนาย วันดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า คือ วันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ผู้ทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญาว่า “พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย” และเพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติ ความเสียสละ และความกล้าหาญของทหารเรือที่ปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์ผืนน้ำและอธิปไตยของชาติอย่างไม่ย่อท้อ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการมี กองทัพเรือที่เข้มแข็งและทันสมัย เพื่อป้องกันประเทศจากภัยคุกคามทางทะเล ในยุคที่มหาอำนาจตะวันตกแผ่อิทธิพลเข้ามาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พระองค์ทรงวางรากฐานการจัดตั้งและพัฒนากิจการทหารเรืออย่างเป็นระบบ ทั้งด้านกำลังพล การศึกษา การฝึก และยุทโธปกรณ์
พระองค์ทรงส่งนายทหารไปศึกษาวิชาการทหารเรือในต่างประเทศ จัดตั้งโรงเรียนนายเรือ และพัฒนากองเรือรบให้มีความทันสมัยตามมาตรฐานสากล ส่งผลให้กองทัพเรือไทยมีความพร้อมในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และสามารถธำรงเอกราชของประเทศไว้ได้อย่างมั่นคงจนถึงปัจจุบัน ด้วยพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าว จึงได้กำหนดให้วันที่ 20 พฤศจิกายน เป็นวันกองทัพเรือ เพื่อเทิดพระเกียรติและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
กองทัพเรือไทยมีบทบาทสำคัญในการ ป้องกันประเทศทางทะเล ครอบคลุมทั้งน่านน้ำไทย เขตเศรษฐกิจจำเพาะ และผลประโยชน์ทางทะเลของชาติ ภารกิจหลักประกอบด้วยการรักษาอธิปไตย ป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายทางทะเล เช่น การลักลอบขนยาเสพติด การค้ามนุษย์ การทำประมงผิดกฎหมาย ตลอดจนการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่
นอกจากภารกิจด้านความมั่นคงแล้ว กองทัพเรือยังมีบทบาทสำคัญด้าน การช่วยเหลือประชาชนและสังคม ไม่ว่าจะเป็นการบรรเทาสาธารณภัย การค้นหาและช่วยชีวิตผู้ประสบภัยทางทะเล การแพทย์ทหาร การพัฒนาพื้นที่ชายฝั่ง และการสนับสนุนภารกิจด้านมนุษยธรรมทั้งในและต่างประเทศ แสดงให้เห็นถึงภาพลักษณ์ของกองทัพเรือที่ไม่เพียงแต่เข้มแข็งทางการทหาร แต่ยังเปี่ยมด้วยจิตสาธารณะและความเสียสละ
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทหารเรือไทยได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ อดทน และจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หลายภารกิจต้องเผชิญกับความยากลำบากและอันตราย ทั้งในทะเลลึก พื้นที่ห่างไกล และสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่กำลังพลทุกนายยังคงยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่ด้วยหัวใจของผู้พิทักษ์แผ่นดิน
ความเสียสละของทหารเรือไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสนามรบ แต่ยังรวมถึงการเสียสละเวลา ความสุขส่วนตัว และแม้กระทั่งชีวิต เพื่อให้ประชาชนไทยสามารถดำรงชีวิตอย่างสงบสุขและมั่นคง วันกองทัพเรือจึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะได้แสดงความสำนึกในพระคุณ และร่วมกันยกย่องเชิดชูเกียรติของเหล่าทหารเรือผู้ปิดทองหลังพระ
ในวันกองทัพเรือ จะมีการจัดกิจกรรมสำคัญหลายประการ เช่น พิธีถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พิธีสวนสนาม การวางพวงมาลาอุทิศแด่วีรชนทหารเรือ การจัดนิทรรศการแสดงประวัติและภารกิจของกองทัพเรือ รวมถึงกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อสังคม
กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความภาคภูมิใจของกำลังพลเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้เรียนรู้ เข้าใจ และใกล้ชิดกับกองทัพเรือมากยิ่งขึ้น อันเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพและประชาชน
วันกองทัพเรือเป็นมากกว่าวันสำคัญทางทหาร แต่เป็นวันที่เตือนใจคนไทยให้ตระหนักถึง คุณค่าของอธิปไตยทางทะเล ความสำคัญของความมั่นคงของชาติ และบทบาทของผู้ที่อุทิศตนเพื่อส่วนรวม วันดังกล่าวยังเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนเห็นแบบอย่างของความมีวินัย ความรับผิดชอบ และความเสียสละ ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
วันกองทัพเรือ คือวันแห่งความภาคภูมิใจของชาติไทย เป็นวันที่รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นวันที่ยกย่องเชิดชูเกียรติของทหารเรือไทยทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ ซื่อสัตย์ และเสียสละ การร่วมกันระลึกถึงวันกองทัพเรือ ไม่เพียงเป็นการแสดงความกตัญญูต่อผู้พิทักษ์ชาติ แต่ยังเป็นการร่วมกันสืบสานจิตวิญญาณแห่งความรักชาติ และความสามัคคีของคนไทยตราบนานเท่านาน
บทความจาก https://www.loyangkarnsattahip.com/